Tag: โคโรน่าไวรัส

ธนาคารกลางจีนทั้งลดอัตราดอกเบี้ยรับศึกไวรัสโคโรน่า

ผลกระทบของการแพร่กระจายไวรัสโคโรน่าที่มีผลกระทบต่อชีวิตประชาชนจีนจำนวนมากมีผู้ติดเชื้อหลายหมื่นคน และผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน ทำให้นักวิเคราะห์หลายสำนักต่างมองว่าเศรษฐกิจจีนจะอ่อนแอลงจากเรื่องของไวรัสโคโรน่า ในปีที่ผ่านมาประเทศจีนสามารถทำให้ GDP เติบโตได้เพียง 6.1% แต่อย่ามองว่าเยอะนะครับ เราไม่สามารถเปรียบเทียบกับประเทศไทยได้ GDP ของจีนในปีที่ผ่านมา 6.1% เป็น GDP ที่ต่ำสุดในรอบ 30 ปี และถึงแม้จะไม่มีการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสเลยเศรษฐกิจจีนก็ไม่ได้เติบโตอย่างที่คาดหวัง หัวเมืองที่สำคัญในประเทศจีน 22 ใน 31 หัวเมืองหลักมองว่าจีนมองว่าเศรษฐกิจจีนจะเติบโตต่ำลง สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากเรื่องของแรงงาน ปัญหาไวรัสทางการจีนไม่ได้มองว่าจะเป็นปัญหาระยะยาว คาดว่าจะควบคุมไวรัสได้ หลายๆสำนักได้วิเคราะห์ว่าไวรัสมีผลกระทบหนักสุดคือในช่วงไตรมาสแรกของปี 2020 และหลังจากนั้นจะค่อย ๆ ดีขึ้น ธนาคารกลางจีนได้ทำการหาทางไม่ให้เศรษฐกิจจีนได้รับผลกระทบรุนแรงมากนัก โดยการที่สนับสนุนเงินทุนระยะสั้นโดยการอัดฉีดเม็ดเงินกว่า 170 พันล้านหยวน หรือกว่า 21.4 พันล้านเหรียญ ผ่านการธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repurchase agreement) นอกจากนี้ยังทำการลดอัตราดอกเบี้ยลง 10 basis point หรือ 0.10% เพื่อที่จะทำให้ต้นทุนการทำธุรกิจลดลง จะเห็นได้ว่าทางการจีนเองมองปัญหานี้เป็นปัญหาระยะสั้นไม่ได้มองเป็นปัญหาระยะยาว และผมคาดหวังให้เป็นอย่างนั้น เพราะจีนเองก็ถือเป็นประเทศที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยทั้งในเรื่องของการนำเข้าส่งออกและการท่องเที่ยว แต่อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน ผมอยากให้ผู้อ่านเตรียมความพร้อมในทุกๆสถานการณ์

ขยายเวลายื่นภาษีบุคคลออกไป 3 เดือน ลดหย่อนภาษีท่องเที่ยว 2 เท่า รับศึกโคโรน่าไวรัส

สรรพากรออกมาตรการภาษี ขยายเวลายื่นแบบบุคคลธรรมดา กระตุ้นเศรษฐกิจหลังไวรัสโคโรน่าทำเศรษฐกิจทรุด การท่องเที่ยวซบเซา พร้อมมาตรการอื่น ๆ คาดช่วยส่งเสริมการลงทุน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเพิ่ม นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน)ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ในปีนี้กรมสรรพากรได้ออกมาตรการพิเศษในการขยายเวลาการยื่นแบบชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือ ภ.ง.ด. 90/91 ทั้งการยื่นภาษีแบบออนไลน์ และการยื่นภาษีแบบกระดาษ ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาจากเดิมที่จะสิ้นสุดภายในเดือนมีนาคมนี้ ออกไปอีก 3 เดือน เป็นสิ้นสุดเดือนมิถุนายน 2563 เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้เสียภาษีและจะเป็นการสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบในช่วงที่งบประมาณประจำปี 2563 มีความล่าช้า และเพื่อลดผลกระทบของผู้ยื่นภาษีบางส่วนที่จะต้องนำเงินมาชำระภาษีเพิ่มในปีนี้ได้ด้วยทั้งนี้ ในส่วนของผู้เสียภาษีที่ต้องการขอคืนภาษี ยังสามารถยื่นแบบชำระภาษีเข้ามาได้ตลอด โดยในปีนี้ผู้ที่ยื่นภาษีเร็ว ก็จะได้ภาษีคืนเร็ว หากเอกสารครบถ้วน ซึ่ง ณ เวลานี้มีผู้ขอคืนภาษีเข้ามาแล้วกว่า7 แสนราย และได้เงินคืนไปแล้วกว่า 5 แสนราย หรือ 73% ของผู้ที่ขอคืนทั้งหมด ซึ่งกรมสรรพากรใช้ระยะเวลาเฉลี่ยในการคืนภาษีประชาชนอยู่ที่ 3-7 วันเท่านั้น โดยเป็นการคืนภาษีผ่านระบบพร้อมเพย์มากกว่า 90%เนื่องจากมีความสะดวก และรวดเร็วกว่า สำหรับมาตรการภาษีอื่น ๆ ที่กรมสรรพากรจะนำมาใช้เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศได้แก่ มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยว และจัดอบรมสัมมนาภายในประเทศ ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์ที่ให้กับบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถนำรายจ่ายที่เป็น ค่าห้องสัมมนา ค่าห้องพัก ค่าขนส่ง หรือรายจ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอบรมสัมมนา รวมทั้งรายจ่ายที่จ่ายเป็นค่าบริการให้แก่มัคคุเทศก์นำเที่ยวเพื่อการอบรมสัมมนาให้แก่ลูกจ้าง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ถึงวันที่31 ธันวาคม 2563 มาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีได้2 เท่า นอกจากนี้ กรมสรรพากรยังมีมาตรการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมทำการซ่อมแซมหรือปรับปรุงตัวอาคารให้ดีขึ้น โดยผู้ประกอบการสามารถน ารายจ่ายที่เกิดจากการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออกหรือทำให้ดีขึ้นของอาคาร มาหักรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้เป็นจำนวน 1.5 เท่า ของรายจ่าย ตามจำนวนที่จ่ายจริงได้อีกด้วย โฆษกกรมสรรพากรกล่าวทิ้งท้ายว่า “กรมสรรพากรเชื่อว่าการขยายเวลายื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาออกไปอีก 3 เดือน จากเดิมสิ้นสุดที่เดือนมีนาคม เป็นเดือนมิถุนายน 2563 จะช่วยให้ประชาชนมีเงินใช้จ่ายหมุนเวียนมากขึ้น อีกทั้งมาตรการภาษีต่าง ๆ ที่ออกมาในช่วงนี้จะสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการลงทุนภายในประเทศ และบรรเทาผลกระทบจากการท่องเที่ยวซบเซาในปี2563 ได้ โดยกรมสรรพากรยังมีแผนที่จะออกมาตรการภาษีในด้านอื่น ๆ

error: Content is protected !!