Tag: อัตราดอกเบี้ย

ทำไมเราต้องระมัดระวังการลดอัตราดอกเบี้ย?

การลดอัตราดอกเบี้ยถือเป็นเครื่องมือทางการเงินที่สำคัญของธนาคารแห่งประเทศไทย ในการควบคุมเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ การควบคุมอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้ตลาดทุนหรือตลาดหุ้นมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เราจะมาเจาะลึกทีละตัวว่าอัตราดอกเบี้ยมีประโยชน์ที่กล่าวมาอย่างไรหลังจากนั้นเราจะมาคุยข้อเสียของการลดอัตราดอกเบี้ยกันครับ การลดอัตราดอกเบี้ยกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ การลดอัตราดอกเบี้ยมีประโยชน์ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะว่าเมื่อดอกเบี้ยถูกลงเป็นแรงจูงใจให้เราซื้อสินค้ามากยิ่งขึ้น โดยการกู้ยืมเงินเพื่อมาซื้อสินค้า โดยเฉพาะสินค้าประเภทอสังหาริมทรัพย์ เนื่องด้วยอสังหาริมทรัพย์เป็นสินค้าที่กระตุ้นเศรษฐกิจอีกทางหนึ่ง เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์ต้องมีการซื้อวัสดุ มีการจ้างแรงงาน เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจหลาย ๆ ทอด นอกจากนั้นการที่มีดอกเบี้ยถูกเป็นการกระตุ้นให้เจ้าของธุรกิจกู้เงินมาเพื่อการลงทุนมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเมื่อเปรียบเทียบการผลตอบแทนจากการลงทุนกับดอกเบี้ยแล้ว ผลตอบแทนจะได้เพิ่มขึ้น เช่น ถ้าเราลงทุนสร้างอพาร์ทเม้นได้ผลตอบแทน 8% ต่อปี ถ้าดอกเบี้ยเงินกู้เราอยู่ที่ 8% ในฐานะนักลงทุน ไม่มีเหตุผลเลยที่จะลงทุนเพราะไม่ได้ผลตอบแทนอะไรเลย  แต่ถ้าดอกเบี้ยเงินก็ลดลงเหลือ 5% ผู้ประกอบการได้ผลตอบแทน 8% ผู้ประกอบการจะตัดสินใจลงทุนทันที การลดอัตราดอกเบี้ยกับการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยน อัตราดอกเบี้ยสามารถควบคุมการไหลเข้าออกเงินจากต่างประเทศ เพราะอัตราดอกเบี้ยถ้าประเทศเราสูงจะดึงดูดให้ต่างประเทศนำเงินมาลงทุนในบ้านเราเพื่อได้รับดอกเบี้ย แต่ถ้าดอกเบี้ยเราต่ำนักลงทุนต่างประเทศจะนำเงินไปลงทุนกับประเทศอื่นแทน เมื่อมีการนำเงินเข้าประเทศมาก ๆ จะต้องนำเงินมาแลกเป็นเงินบาทมากขึ้น เมื่อมีความต้องการมากขึ้นจึงทำให้เงินบาทมีมูลค่าสูงขึ้นหรือแข็งค่าขึ้นนั่นเอง กลับกันถ้ามีการไหลออกของเงินทุนจะทำให้คนขายเงินบาทมากขึ้น จะทำให้มมูลค่าเงินบาทลดลงหรืออ่อนค่าขึ้นนั่นเอง การลดอัตราดอกเบี้ยกับการนำเข้าส่งออก การลดอัตราดอกเบี้ยจากที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น มีผลต่อค่าเงินบาทดังนั้นย่อมส่งผลกระทบต่อการนำเข้าส่งออกในทางอ้อม เพราะเมื่อเงินบาทอ่อนลง จะทำให้สินค้าประเทศไทยจะถูกลงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น เช่น ถ้าสินค้าเราจะไปขายต่างประเทศมีมูลค่า 20 บาทต่อชิ้น ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์อยู่ที่ 20 บาทต่อ 1ดอลลาร์ ต่างประเทศนำเงิน1ล้านเหรียญมาซื้อสินค้าจะได้สินค้า 1 ล้านชิ้น แต่ถ้าค่าเงินบาทอ่อนลงเหลือ 40 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ ต่างประเทศนำเงินมาซื้อสินค้าจะได้สินค้าถึง 2 ล้านชิ้น ต่างประเทศจึงตัดสินใจซื้อสินค้าประเทศเราแทนประเทศอื่น ทำไมการลดอัตราดอกเบี้ยจึงน่ากลัว? จะเห็นประโยชน์ของการลดอัตราดอกเบี้ยแล้ว แต่ทำไมการลดอัตราดอกเบี้ยถึงน่ากลัวในมุมมองของผู้เขียน เพราะในมุมมองของผู้เขียนการลดอัตราดอกเบี้ยเป็นเครื่องมีที่มีข้อจำกัดในการใช้ อย่างในปัจจุบันดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.25% ถ้าจะลดอัตราดอกเบี้ยครั้งล่ะ 0.25% จะเท่ากับว่าเราสามารถลดดอกเบี้ยได้อีกเพียง 5 ครั้ง เมื่อลด5ครั้งอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะเหลือ0% เราจะไม่สามารถใช้เครื่องมือการลดอัตราดอกเบี้ยได้อีกต่อไป จะเห็นการลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทยในปัจจุบัน และมีแนวโน้มจะลดอัตราดอกเบี้ยอีกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ถ้าเศรษฐกิจไม่กระเตื้องขึ้นจากการลดดอกเบี้ยในแต่ล่ะครั้งก็จะแสดงถึงสัญญาณอันตรายอย่างยิ่ง เมื่อเราเจอปัญหาเศรษฐกิจในอนาคตที่รุนแรง เราจะไม่สามารถใช้เครื่องมือการลดอัตราดอกเบี้ยได้อีกต่อไป บทความนี้เป็นมุมมองหนึ่งสำหรับการมองเรื่องการลดดอกเบี้ยในปัจจุบันที่อาจจะผิดหรือถูกได้ ผู้อ่านอย่าพึ่งเชื่อกับบทความนี้ทั้งหมดนะครับ ลองใช้วิจารณญาณในการอ่านดูครับ

ธนาคารกลางสหรัฐ(FED)ส่งสัญญาณยังไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ธนาคารกลางของสหรัฐ(FED)ส่งสัญญาณพวกเขาไม่ปรับอัตราดอกเบี้ยถึงแม้เศรษฐกิจจะออกมามีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆ ตามที่ผลประชุมคณะกรรมการธนาคารของสหรัฐ(FED)เมื่อวันที่ 30เมษายนถึงวันที่1พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมาก มีการแสดงความกังวลเรื่องอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงมีอัตราที่ต่ำเป็นระยะเวลานาน ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆมาที่ 1.6% ในเดือนมีนาคม ขณะที่เป้าหมายของธนาคารกลางของสหรัฐ(FED)ตั้งเป้าไว้ที่ 2% เงินเฟ้อไม่สามารถเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ 2% อย่างยั่งยืน นับตั้งแต่ธนาคารกลางสหรัฐวางเป้าหมายไว้ตั้งแต่ปี2012 เงินเฟ้อต่ำถูกมองว่าเป็นความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะต่ำลงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยดูได้จากการปล่อยผลการประชุมที่ล่าช้ากว่า 3 อาทิตย์ สถานการณ์ในตอนนี้ธนาคารกลางของสหรัฐเลือกที่จะจะรอดูไว้ก่อน สมาชิกคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐที่กำหนดอัตราดาดอกเบี้ย(FOMC)พูดว่า “ความอดทนนำไปสู่การกำหนดกรอบอัตราดอกเบี้ย(FED FUNDS RATE)ที่ยังเหมาะสมเป็นระยะเวลาหนึ่ง” หลังจากที่มีการกำหนดว่าจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ แต่มีการกลับลำเกิดขึ้นจากสถานการณ์ที่กดดันทำให้ยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่พอใจ เขาต้องการให้ดอกเบี้ยมีอัตราที่ต่ำกว่านี้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ในตอนนี้ธนาคารกลางของสหรัฐมีความรู้สึกโอเคมากกว่าเพราะสถานการณ์ตอนนี้ต้องเฝ้าติดตามถึงแม้ว่าตัวเลขการจ้างงานจะออกมาดูดี และการบริโภคในประเทศก็ดีด้วยจากการลดอัตราภาษีตั้งแต่ปี 2017 แต่ก็มีเรื่องกดดันตอนนี้ก็คือสงครามการค้าระหว่างจีน-อเมริกา สรุป FED จะยังไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยในขณะนี้เพราะ เงินเฟ้อยังไม่ถึงเป้าหมาย 2%ทีตั้งเป้าไว้และถึงแม้ตัวเลขเศรษฐกิจจะออกมาดีแต่สถานการณ์ก็ยังไม่แน่นอนเพราะเรื่องของผลสงครามการค้ายังคงกดดันเศรษฐกิจต่อไป

ทำไมธนาคารแห่งประเทศไทยยังถงอัตราดอกเบี้ย 1.75% และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยจะเป็นอย่างไร?

ทำไมดอกเบี้ยยังคงไว้ที่ 1.75% ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา ดอกเบี้ยไม่เปลี่ยนยังคงไว้ 1.75% ยังคงกังวลหลายๆเรื่องโดยเฉพาะเรื่องการเติบโตเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด ผลมาจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมืองที่มีความดุดเดือดหลังจากเลือกตั้งและคาดว่าไม่จบลงง่ายๆ ทำให้การตัดสินใจขอนักลงทุนไทยและต่างชาติต่างชะลอการตัดสินใจลงทุนในประเทศไทย ประชาชนทั่วไปยังคงมีปัญหาเรื่องรายได้จากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะอ้อยลดลงตามราคาน้ำตาล และหนี้สินครัวเรือนของประเทศยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยต่างประเทศยังคงต้องติดตามไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสงครามการค้า ที่ล่าสุดมีแนวโน้มที่แย่ลงจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนอีกครั้ง จะเก็บภาษีมาที่ 25% หรือมูลค่ามากกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์จะทำให้ส่งผลต่อคู่ค้าสำคัญของประเทศเพราะทั้งจีนและสหรัฐก็ต่างเป็นคู่ค้าสำคัญของประเทศไทย คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกไทย 2,100 ล้านเหรียญ นอกจากนี้ยังส่งผลต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวไทย โดยจีนเป็นสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่าประเทศใหญ่สุด ทิศทางดอกเบี้ยในอนาคตจะเป็นอย่างไร ในมุมมองผมมองว่าทั้งปียังไม่สามารถขยับดอกเบี้ยขึ้นหรือลง มาจากปัจจัยอย่างแรกคือ เราขึ้นดอกเบี้ยได้ยากเพราะเศรษฐกิจบ้านเรายังยังคงชะลอตัว การขึ้นอัตราดอกเบี้ยตอนนี้ส่งผลลบต่อเศรษฐกิจบ้านเรา และ เราลดอัตราดอกเบี้ยได้ยากเพราะอัตราดอกเบี้ยบ้านเราเมื่อเทียบกับภูมิภาคยังคงต่ำกว่า ที่มา: https://tradingeconomics.com

error: Content is protected !!