Tag: หุ้น

วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานหุ้นด้วย Five Forces Model

Five Forces Model ถูกพัฒนาโดย Porter สำหรับ Five Forces Model เป็นการวิเคราะห์ภายนอกองค์การหรือกิจการในระดับจุลภาค หรือการวิเคราะห์ภาพรวมอุตสาหกรรมนั่นเอง สำหรับมือใหม่ผมแนะนำเครื่องมือ Five Forces Model เนื่องจากมือใหม่ไม่มีประสบการณ์ในการมองอุตสาหกรรมว่าควรดูที่จุดไหน การใช้กรอบเครื่องมือการวิเคราะห์อย่าง Five Forces Modelจะช่วยให้การวิเคราะห์รอบด้านมากขึ้น Five Force Model ประกอบไปด้วย การคุกคามของผู้แข่งขันรายใหม่  (Threat of new entrants) โดยปกติอุตสาหกรรมไหนที่มีอัตราส่วนกำไรสูง การลงทุนต่ำจะดึงดูดให้คู่แข่งเข้ามาใหม่เพียบเช่นร้านกาแฟ ครีมบำรุงผิว นอกเสียจากว่ามีข้อจำกัดบางอย่างที่ทำให้ไม่สามารถเข้ามาแข่งขันได้ยกตัวอย่างเช่น สัมปทานอย่างท่าอากาศยาน ที่คนทั่วไปไม่สามารถเปิดสนามบินแข่งขันได้                   ธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง เช่นห้างสรรพสินค้า ที่เราไม่สามารถเปิดแข่งขันได้ มีแบรนด์ที่ทรงพลัง เช่น KFC เป็นธุรกิจขายไก่ทอด ซึงแต่ล่ะประเทศจะมีรสชาติแตกต่างกัน แต่ด้วยKFC มีแบรนด์ที่ทรงพลังทำให้คู่แข่งในประเทศอื่น ๆแข่งขันด้วยยาก สามารถผลิตได้ต้นทุนต่ำ ทำให้คู่แข่งไม่สามารถขายทำกำไรได้เมื่อเราลดราคา การคุกคามของสินค้าทดแทน (Threat of substitutes) การคุกคามของสินค้าทดแทนต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะยุคนี้ที่เป็น ยุค Disrupted อย่างเช่น การดูหนังออนไลน์ มาทำลายอุตสาหกรรมร้านเช่าซีดีหนัง Grab มาทำลายอุตสาหกรรมรถ Taxi และวินมอเตอร์ไซต์ ผลกระทบรุนแรงถึงขั้นมีการทะเลาะวิวาทกันเลย อำนาจการต่อรองลูกค้า (Bargaining power of customers) อำนาจการต่อรองลูกค้า เมื่อลูกค้ามีทางเลือกในการใช้บริการมาก เมื่อมีความจำเป็นที่จะต้องขึ้นราคาสินค้า ลูกค้าจะไปใช้บริการสินค้าผู้ประกอบการรายอื่นทันที เช่น สินค้าอุปโภคบริภาค อย่างพวก น้ำมันพืช น้ำตาล ที่ลูกค้าสามารถมีทางเลือกไปใช้บริการผู้ประกอบการรายอื่นได้ ในทางกลับกันธุรกิจอย่างสนามบินลูกค้าไม่สามารถต่อรองได้หากต้องการโดยทางเครื่องบินทำให้เมื่อมีการขึ้นราคา ลูกค้าไม่สามารถปฏิเสธได้ อำนาจการต่อรองของซัพพลายเออร์ (Bargaining power of suppliers) ซัพพลายเออร์มีหน้าที่ในการจัดหาวัตถุดิบให้กับกิจการ นั่นหมายถึงต้นทุนในการผลิตส่งผลต่อกำไรของธุรกิจ ธุรกิจถ้าหากมีอำนาจต่อรองน้อยกว่าซัพพลายเออร์จะส่งผลเสียต่อกิจการในเรื่องการควบคุมต้นทุน แต่ถ้ากิจการมีอำนาจการต่อรองมากกว่าซัพพลายเออร์ การทำให้ต้นทุนกิจการต่ำเป็นไปได้ยาก การแข่งขันในอุตสาหกรรม (Competitive rivalry) มีคำศัพท์ทางการตลาดอย่างหนึ่งที่น่าสนใจคือ Red Ocean และ Blue Ocean

เลือกโบรกเกอร์หุ้นยังไงให้โดนใจ

การที่เราจะซื้อขายหุ้นที่เป็นทางการที่จดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์ เราไม่สามารถซื้อขายหุ้นได้เอง เราต้องซื้อขายผ่านโบรกเกอร์ แต่ว่าโบรกเกอร์หุ้นมีให้เลือกหลากหลายมากตอนนี้มีมากกว่า 30 บริษัทที่ให้บริการ มีทั้งโบรกี่อ้างว่าตัวเองเป็น Premium โบรกเกอร์ Discount โบรกเกอร์ แล้วเราจะเลือกโบรกเกอร์ไหนดี มาดูกันครับ ความมั่นคงของบริษัท การซื้อขายหุ้นเราจะต้องนำเงินเข้าไปที่บริษัทเพื่อเตรียมไว้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับประเภทบัญชีหุ้น แต่ยังไงก็ต้องนำเงินไปไว้ในบริษัทโบรกเกอร์หุ้น  ถ้าเกิดบริษัทโบรกเกอร์หุ้นเกิดล้มละลายขึ้นมาย่อมส่งผลต่อเงินของคุณเอง ดังนั้นเราควรเลือกบริษัทโบรกเกอร์ที่มีความมั่นคงทางการเงินที่สูง ความโปร่งใส่ในการดำเนินการ บริษัทโบรกเกอร์หลายๆแห่งมีข่าวพบว่ามีการทำผิดกฎหมายจำนวนมาก มีการดำเนินการที่ไม่มีการควบคุมพนักงานที่ดี เราในฐานะลูกค้าของโบรกเกอร์ที่มีข่าวเสียหายจำนวนมาก มีโอกาสได้รับความเสียหายจากความโปร่งใส่ในการดำเนินการของโบรกเกอร์ได้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของโบรกเกอร์ โบรกเกอร์แต่ล่ะที่มีความเชี่ยวชาญต่างกัน บางโบรกเกอร์มีบริการเขียนโปรแกรม Bot ใช้ในการเทรด บางโบรกเกอร์มีความเชี่ยวชาญ Product แปลกๆเช่น DW, Block trade, Future, Structure note ถ้านักลงทุนสนใจลงทุนด้านไหน ผมก็แนะนำให้ลงทุนกับโบรกเกอร์นั้นๆ ข้อมูลที่ช่วยในการตัดสินใจการลงทุน บริการหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เช่น บริการบทวิเคราะห์ บริการโปรแกรมวิเคราะห์ทางเทคนิค การอบรมสัมนาให้กับลูกค้า ถ้าโบรกเกอร์ไหนสามารถให้บริการข้อมูลทำให้นักลงทุนสามารถทำให้เราสร้างกำไรจากตลาดหุ้นได้ ก็น่าสนใจที่จะใช้บริการโบรกเกอร์นั้น ค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมเป็นสิ่งสำคัญและผมมองว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเพราะว่า เอาจริงๆแล้วข้อมูลการลงทุน บริการต่าง ๆแต่ล่ะโบรกเกอร์แทบไม่ต่างกันมาก จะมีแค่บทวิเคราะห์ที่บางทีแนะนำหุ้นตัวไหนขึ้นก็จะพูดถึงกรณีนั้นตลอด โดยไม่ดูว่าแนะนำหุ้นขาดทุนไปแล้วกี่ตัว โบรกเกอร์ปัจจุบันมีการแข่งขันค่อนข้างสูงทำให้ เราในฐานะลูกค้าได้เปรียบอย่างยิ่ง การเลือกโบรกเกอร์สำหรับผมก็จะเลือกโดยการวิเคราะห์บริษัทโบรกเกอร์ตามที่เขียนมา แต่ว่าผมก็เปิดบัญชีหุ้นกับหลายๆบริษัทเพราะต้องการข้อมูลของบริษัทต่าง ๆ ในฐานะนักลงทุนเราก็จะได้เปรียบคนอื่นที่สามารถรวบรวมข้อมูลได้มากกว่า แต่โบรกเกอร์ที่ผมจะลงทุนด้วยจริง ๆแล้วผมจะดูแค่ 2 ส่วนหลัก ๆ ก็คือ ความมั่นคงของโบรกเกอร์ และ ราคาค่าธรรมเนียมเป็นปัจจัยหลักในการเลือกครับ

ทำไมค่าเงินบาทถึงกระทบต่อตลาดหุ้นไทย?

ค่าเงินบาทมีผลต่อหุ้นไทยอย่างมากกับการขึ้นลงตลาดหุ้นบ้านเรา เรามาดูตลาดหุ้นบ้านเรามีนักลงทุนอยู่ 3 ส่วนหลักๆ ก็คือ นักลงทุนรายย่อย นักลงทุนสถาบัน นักลงทุนต่างชาติ สำหรับนักลงทุน 2 ส่วนแรกค่าเงินไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการลงทุนมากแต่สำหรับนักลงทุนต่างชาติแล้วค่าเงินมีผลอย่างมากเลย เพราะนักลงทุนต่างชาติต้องแลกเงินมาเป็นเงินบาทเพื่อซื้อหุ้น พอขายหุ้นก็ต้องแลกเป็นเงินดอลลาร์ทำให้กำไรขาดทุนการลงทุนหุ้นในไทยของต่างชาติคำนวณได้ดังนี้ 1. ราคาหุ้น สำหรับราคาหุ้นง่ายๆเลยครับ เหมือนกับการลงทุนทั่ว ซื้อถูกขายแพง ก็จะได้กำไรหุ้น เช่น ซื้อหุ้น 100 บาท ขายหุ้น 110 บาท กำไร 10บาท 2. ค่าเงิน สิ่งที่นักลงทุนต่างชาติจะกำไรจากค่าเงินด้วยคือ การแลกเงินตอนอ่อนค่าหลังจากนั้นก็แลกกลับตอนแข็งค่า สมมุติเรานำเงิน 10,000 ดอลลาร์มาแลกเป็นเงินบาทเพื่อซื้อหุ้น นำเงินดอลลาร์มาแลกเปลี่ยนเป็นบาท 32บาท/ดอลลาร์ หมายความว่านำเงิน 1 ดอลลาร์สามารถแลกเป็นเงินได้ถึง 32 บาท จะได้เงิน 320,000 บาท ทีนี้สมมุติขายหุ้นได้เท่าทุนแล้วต้องการแลกเงินกลับเป็นเงินดอลลาร์กันครับ ปรากฎว่าค่าเงินแข็งค่ามา 30 บาท/ดอลลาร์ จะแลกกลับมาเป็นเงินดอลลาร์ 10,666 ดอลลาร์ กำไร 666 ดอลลาร์ ในทางกลับกันถ้านักลงทุนต่างชาติแลกเงินแล้ว ค่าเงินกลับอ่อนค่าก็จะขาดทุนค่าเงินจากการลงทุน เปรียบเทียบความสัมพันธ์ค่าเงินบาทกับSET ถึงแม้ค่าเงินจะไม่มีผลกับการขึ้นลงของSET 100% แต่ก็มีผลนัยสำคัญอย่างเยอะเลยทีเดียว ส่วนหนึ่งนักลงทุนต่างชาติที่ลงทุนบ้านเราส่วนใหญ่จะเป็นการเก็งกำไร เพราะเมื่อเปรียบเทียบความแข็งแกร่งของธุรกิจแล้ว ต้องยอมรับว่าเราสู้บริษัทในประเทศที่พัฒนาแล้วไม่ได้จริงๆ และด้วยเราไม่ได้เป็นประเทศที่ใหญ่ทำให้เวลากระแสเงินต่างชาติเข้าตลาดหุ้นก็จะกระทบต่อตลาดค่อนข้างมาก

อยากได้หุ้น ทองคำ ต้นทุน0บาทหรือฟรีต้องทำยังไง?

หุ้นฟรีหรือหุ้นต้นทุน0บาท หลายๆคนคงแปลกใจว่าจะเป็นไปได้หรือที่จะทำให้ต้นทุนหุ้นเรากลายเป็นศูนย์ ผมจะบอกว่าเป็นไปได้ครับ มาดูกันครับว่ายังไง สมมุติ หุ้นผมซื้อมาที่ราคา 10 บาทจำนวนทั้งหมด 10,000 รวมเป็นเงิน 100,000 บาท หลังจากนั้นราคาหุ้นขึ้นไปที่ 14 บาท สิ่งที่ผมจะทำคือการขายหุ้นออก แต่!!!! ผมจะไม่ขายหุ้นออกไปทั้งหมด ผมจะขายหุ้นออก 7200 หุ้น จะได้เงินมาทั้งหมด 100,800 บาท ซึ่งมากกว่าเงินที่เราลงทุนที่ 100,000 บาท และเราจะมีหุ้นฟรีๆทั้งหมด 2,800 หุ้น ผู้อ่านพอจะคิดภาพออกแล้วใช่ไหมครับ ผมว่าสิ่งนี้ทำให้ตลาดหุ้น เพราะสิ่งนี้เป็นจุดน่าสนใจเพราะมันคือความได้เปรียบสำหรับตลาดหุ้นเพราะมีสภาพคล่องสูงในการซื้อขาย ลองคิดภาพว่าเป็นที่ดินจะใช้กลยุทธ์แบ่งขายออกมาคงยากมาก แต่ก็ยังจะสามารถใช้ในสินค้าประเภทอื่นได้ เรามาดูคุณสมบัติของสินค้าที่จะใช้กลยุทธ์นี้ได้ 1. มีความผันผวน ความผันผวนหลายๆคนคงไม่ชอบ แต่ถ้าไม่มีความผันผวนของราคาก็ไม่สามารถทำแบบนี้ได้ สมมติที่ยกตัวอย่างถ้าหุ้นจากตัวอย่างข้างบนราคาอยู่ที่ 10 บาทตลอดก็ไม่สามารถทำกลยุทธ์แบ่งขายได้  หรือถ้าราคาเราซื้อมา 10 บาทแล้วแบ่งขายได้ที่ราคา 14 บาท เราก็ไม่สามารถทำหุ้นฟรีได้ครั้งเดียว ในทางกลับกัน ถ้าหุ้นเคลื่อนไหว ขึ้นลงระหว่าง 10 ถึง 14 บาท ถึงแม้อาจจะหลุดไปบ้าง แต่ก็เคลื่อนไหวกลับมาได้ เราก็สามารถสะสมหุ้นฟรีได้เรื่อยๆ 2. สามารถแบ่งแยกหน่วยได้ การแบ่งหน่วยขายถือเป็นคุณสมบัติที่ดีอย่างหุ้น ลองคิดดูถ้าเป็นสินค้าอื่นอย่างที่ดิน ถึงแม้เราจะสามรถแบ่งที่ดินขายได้ แต่ที่ดินที่แบ่งขายคุณสมบัติก็ไม่เท่ากันมูลค่าไม่เท่ากัน เช่น ถ้าเราแบ่งที่ดินตรงติดถนนขาย แต่เหลือที่กินตรงขางหลังอีกที มูลค่ายังไงก็ไม่เท่ากัน 3. สภาพคล่องสูง กลยุทธ์นี้ต้องอาศัยการคล่องตัวค่อนข้างสูง ถ้าราคาขึ้นมาแล้วแต่ไม่มีคนรับซื้อหรือรับซื้อน้อยมาก สิ่งที่เราคาดคิดมาก็เปล่าประโยชน์ไม่มีคนรับซื้อของของเรา ทำให้สิ่งที่ผมคิดออกสำหรับการลงทุนแบบนี้จะมี 1. หุ้น 2. กองทุน ETF 3. ทองคำ 4. ค่าเงิน เท่าที่คิดออกผมก็จะประมาณนี้ ถ้าผู้อ่านคิดออกว่าเป็นสินค้าอื่นสามารถแนะนำได้ครับ อ่านบทความ:กองทุน ETF คืออะไร? แตกต่างจากกองทุนทั่วไปอย่างไร? ทำไมถึงต้องใช้กลยุทธ์นี้ในการลงทุน เราไม่สามารถรู้ได้ว่าหุ้นจะขึ้นหรือจะลงไปต่อแค่ไหน ถ้าหุ้นขึ้นไปอีกหลังจากที่เราขายจะทำให้กำไรเราก็เพิ่ม แต่ถ้าหุ้นลงก็เป็นโอกาสที่เราจะกลับเข้าไปซื้อได้อีกครั้ง ข้อเสียของกลยุทธ์นี้ ข้อเสียของกลยุทธ์นี้คือการที่เราไม่สามารถได้ผลตอบแทนเต็มที่ถ้าหุ้นขึ้นไปเรื่อยๆ เราจะได้กำไรเฉพาะหุ้นที่เรามี แต่ถ้าเรามีหุ้นแล้วถือไปเรื่อยๆ ไม่ขายเราก็จะกำไรมหาศาล เป็นกลยุทธ์ในการลงทุนหนึ่งที่อยากแนะนำให้เพื่อนๆลองดูครับ

กฎการลงทุนหุ้น สิบหยิบหนึ่ง

กฎการลงทุนหุ้น สิบหยิบหนึ่ง หลายๆคนคงแปลกใจไม่เคยได้ยินเลย ว่ากฎนี้มาจากไหน กฎการลงทุนหุ้น สิบหยิบหนึ่ง เป็นกฎการลงทุนของผม ซึ่งหมายความว่า ถ้าจะเลือกหุ้นที่น่าสนใจเข้ามาในพอร์ต 1 ตัว ผมต้องศึกษาหุ้นอย่างน้อย 10 ตัว ถ้าผมต้องการลงทุนหุ้น 10 ตัวผมต้องศึกษาข้อมูลหุ้น อย่างน้อย 100 ตัวเพื่อเลือกหุ้นลงทุนในพอร์ต สร้างผลตอบแทนที่มากขึ้น เพื่อจะได้หุ้นที่สร้างผลตอบแทนที่น่าประทับใจนั้นเป็นเรื่องที่ยากเพราะ หุ้นในตลาดหุ้นไทยมีมากกว่า 600 ตัว ไม่ใช้ว่าหุ้นทุกตัวจะสามารถลงทุนแล้วได้ผลตอบแทนที่ดี หุ้นส่วนใหญ่ให้ผลตอบแทนปานกลาง และก็มีส่วนหนึ่งที่ผลตอบแทนที่แย่ มีเพียงหุ้นจำนวนแค่ 10% เท่านั้นที่สามารถให้ผลตอบแทนที่ดีได้ การที่ผมจะสร้างผลตอบแทนที่ดีได้นั้นต้องเลือกหุ้น 1 ตัว จาก 10ตัวเพื่อให้หุ้นที่สร้างผลตอบแทนที่ดีได้ ลดความเสี่ยงให้น้อยลง นอกจากเรื่องผลตอบแทนแล้วยังมีเรื่องของความเสี่ยงด้วย การที่เราศึกษาหุ้นเพียงตัวเดียวแล้วตัดสินใจนั้น จะส่งผลให้เรามีความลำเอียงของข้อมูลหุ้น คำพูดผู้บริหาร ทำให้วาดฝันว่าโครงการในอนาคตที่บริษัทและผู้บริหารคาดการจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมาก็ทำให้ผมเจ็บมามากว่าการเชื่อถือข้อมูลเพียงด้านใด ด้านหนึ่งจะทำให้เราไม่สามารถมองหุ้นได้หลายมิติ ทำให้การที่เราดูหุ้นหลายๆตัวก่อนตัดสินใจที่จะลงทุนเลือกหุ้นตัวไหนเข้าพอร์ตการลงทุน จะช่วยลดเรื่องของความลำเอียงของข้องมูลได้ ใช้ได้ทั้งวิเคราะห์พื้นฐานหุ้นและวิเคราะห์ทางเทคนิค กฎนี้ไม่ได้ใช้เพียงแต่สำหรับการวิเคราะห์หุ้นสำหรับการวิเคราะห์ที่เป็นในลักษณะของการวิเคราะห์ผ่านการวิเคราะห์พื้นฐานหุ้นหรือเน้นวิเคราะห์การดำเนินงานของกิจการเท่านั้น กฎนี้ยังสามารถใช้ช่วยเลือกหุ้นจากการดูกราฟหุ้นหรือการวิเคราะห์ทางเทคนิคนั่นเอง ในการเลือกหุ้นที่ดีที่สุดในการลงทุน ใช้เวลามากขึ้น ถึงแม้วิธีนี้จะทำให้นักลงทุนตัดสินใจในการลงทุนช้าลง แต่สิ่งที่ได้กลับมาก็คือการที่มีความรอบคอบในการวิเคราะห์หุ้น มีความเข้าใจหุ้นในเชิองกว้างและลึกสำหรับหุ้น นี่เป็นเพียงกฎการลงทุนเล็กๆน้อยๆของผมที่ผมเชื่อว่าจะสามารถช่วยให้ผลตอบแทนจากการลงทุนหุ้นดีขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนของผม ถ้าผู้อ่านสนใจก็นำไปลองใช้ได้ครับ ได้ผลยังไงก็สามารถแชร์กันได้ครับ

error: Content is protected !!