Tag: งบไตรมาส 1 ปี 2562

ผลประกอบการ TPCH ไตรมาส 1 ปี 2562

ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ โดยมีธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ธุรกิจการเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ธุรกิจการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ธุรกิจการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ ธุรกิจการเป็นตัวแทนสนับสนุนการขาย และรับซื้อคืนหน่วยลงทุน โครงการที่เริ่มจ่ายไฟแล้วแล้ว ช้างแรก พาวเวอร์ (CRB) มีปริมาณการขายไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 9.2 เมกกะวัตต์ ใช้ระบบ Feed it Tariff ที่ 4.45 บาทต่อหน่วย ไตรมาสแรกผลิตไปได้ 19,571,720 หน่วย แม่วงศ์ เอ็นเนอยี่ (MWE) มีปริมาณกาซื้อขายตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 8.0 เมกะวัตต์ ใช้ระบบ Feed in Tariff ราคารับซื้อไฟฟ้าสุทธฺ 4.45 บาทต่อหน่วยขาย ในไตรมาส รแก สามารถผลิตกระแสดไฟฟ้า 15,394,275 หน่วย มหาชัย กรีน เพาเวอร์ จำกัด (MGP) มีปริมาณการขายไฟฟ้าฟ้าตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 8.0 เมกะวัตต์ ใช้ระบบFeed in Tariff ราคารับซื้อไฟฟ้าสุทธิ 4.45 บาทต่อหน่วยขาย ไตรมาส 1/2562 สามารถฟลิตกระแสไฟฟ้า 17,105,076 หน่วย ทุ่งสัง กรีน (TSG) ปริมาณการซื้อขายไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 9.2 เมกะวัตต์ ใช้ระบบ Fed in Tariff ราคารับซื้อไฟฟ้าสุทธิ 4.45 บาท ต่อหน่วยขาย ในไรมาส 1/2562 สามารถผลิตไฟฟ้าเพื่อจำหน่าย16,937,984 หน่วย พัทลุงกรีนเพาเวอร์ (PGP) มีปริมาณการขายไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 9.2 เมกะวัตต์ ชะบบ Feed in Tariff  ราคารับซื้ออยู่ที่ 4.45 บาทต่อหน่วย ไตรมาส 1 สามารถผลิตกระแสไฟฟ้า 18,823,440 หน่วย สตูนกรีน เพาเวอร์ (SGP) มีปริมาณการขายไฟฟ้าตามสัญยาซื้อขายไฟฟ้า 9.2 เมกะวัตต์ ใช้ระบบ Feed in Tariff ราคาซื้อที่ 4.45 บาทต่อหน่วย ไตรมาสแรกปี2562 ผลิตไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายได้จำนวน 17,022,858 หน่วย โครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและได้กำหนดวันเริ่มต้นซื้อขายไฟฟ้าแล้ว ปัตตานี กรีน (PTG) ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 1 (TPCH 1) ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 2 (TPCH 2) ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 5

ไตรมาสแรก ปี 2562- หลักทรัพย์ Nomura ขาดทุน!!!

บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ โดยมีธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ธุรกิจการเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ธุรกิจการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ธุรกิจการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ ธุรกิจการเป็นตัวแทนสนับสนุนการขาย และรับซื้อคืนหน่วยลงทุน รายได้ค่านายหน้า รายได้ค่านายหน้าไตรมาส1 ปี 2562 อยู่ที่ 129.48 ล้านบาท รายได้ค่านายหน้าไตรมาส1 ปี 2561 อยู่ที่ 237.94 ล้านบาท ลดลง 108.46 หรือ 45.58% จากการซื้อขายลดลง จากระดบประมาณ 6หมื่นล้านบาทต่อวันในไตรมาส1 ปีก่อน เหลือเพียงหลัก 4 หมื่นลานบาทต่อวันในไตรมาสนี้ รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการไตรมาส1 ปี 2562 อยู่ที่ 66.85 ล้านบาท รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการไตรมาส1 ปี 2561 อยู่ที่ 138.42 ล้านบาท ลดลง 71.58 ล้านบาท หรือ 51.71% จากค่าธรรมเนี่ยมตัวแทนซื้อขายหน่วยลงทุน รายได้ค่าธรรมเนียมจากที่ปรึกษาการเงิน และค่าธรรมเนียมการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ลดลง รายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ รายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ไตรมาส1 ปี 2562 อยู่ที่ 70.38 ล้านบาท รายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ไตรมาส1 ปี 2561 อยู่ที่ 103.27 ล้านบาท ลดลง 32.89 ล้านบาทหรือ 31.84% ตามปริมาณการซื้อขายที่ลดลง กำไรและผลตอบแทนจากเครื่องมือทางการเงิน กำไรและผลตอบแทนจากเครื่องมือทางการเงินไตรมาส1 ปี 2562 อยู่ที่  19.84 ล้านบาท กำไรและผลตอบแทนจากเครื่องมือทางการเงินไตรมาส1 ปี 2561 อยู่ที่  16.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.44 ล้านบาท หรือ 20.98% ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงาน ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานไตรมาส1 ปี 2562 อยู่ที่   193.19

ส่องงบไตรมาสแรก ปี2562 asia plus

รายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ รายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ไตรมาส 1 ปี 2561 อยู่ที่ 289.09 ล้านบาท รายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ไตรมาส 1 ปี 2562 อยู่ที่ 156.90 ล้านบาท ลดลง 45.73% หรือ ลดลง132.19 ล้านบาท จากการที่ปริมาณซื้อขายต่อวันของบริษัทลดลงจาก 3,173 ล้านบาท เหลือ1,544 ล้านบาท รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการไตรมาส 1 ปี 2561 อยู่ที่ 289.09 ล้านบาท รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการไตรมาส 1 ปี 2562 อยู่ที่ 156.90 ล้านบาท ลดลง 47.45% หรือ ลดลง 139.80 ล้านบาท โครงสร้างรายได้ค่าธรรมเนียม(อ้างอิงปี 2561) ธุรกิจจัดการกองทุนรวม       34% ธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงิน   21% การจัดจำหน่ายหลักทรัพย์   20% รายได้ค่านายทะเบียนหลักทรัพย์       14% รายได้จัดการกองทุนส่วนบุคคล          7% อื่นๆ         4% รายได้ดอกเบี้ยเงินกู้ให้ยืมเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์ รายได้ดอกเบี้ยเงินกู้ให้ยืมเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์ไตรมาส 1 ปี 2561 อยู่ที่ 36.10 ล้านบาท รายได้ดอกเบี้ยเงินกู้ให้ยืมเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์ไตรมาส 1 ปี 2562 อยู่ที่ 22.26 ล้านบาท ลดลง 38.33 % หรือ 13.84 ล้านบาทสอดคล้องกับปรมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ กำไรจากเงินลงทุน กำไรจากเงินลงทุนไตรมาส 1 ปี 2561 อยู่ที่ 64.32 ล้านบาท กำไรจากเงินลงทุนไตรมาส 1 ปี 2562 อยู่ที่ 136.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 111.77% หรือ71.89 ล้านบาท กำไรจากตราสารอนุพันธ์ กำไรจากตราสารอนุพันธ์ไตรมาส 1 ปี 2561 อยู่ที่ 50.12 ล้านบาท กำไรจากตราสารอนุพันธ์ไตรมาส 1 ปี 2562 อยู่ที่ 0 บาท

ส่องงบไตรมาสแรก ปี 2562 –Maybank Kimeng

รายได้ค่านายหน้า รายได้ค่านายหน้าลดลง 39.21% สาเหตุมาจากการที่ –           ปริมาณการซื้อขายตลาดที่ถดถอยลง จากระดับ 7 หมื่นล้านบาท เหลือ 4 หมื่นล้านบาท –           การซื้อขายนักลงทุนบุคคลที่น้อยลงจากสัดส่วน 43.08%เหลือ36.45% –           รายได้ค่านายหน้าตลาดซื้อขายล่วงหน้าลดลง จาก 47.46 ล้านบาทเหลือ 31.23 ล้านบาท รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเป็นรายได้ตัวเดียวที่เพิ่มขึ้น เพิ่มจาก 6.33 ล้านบาท มาที่ 7.7 ล้านบาท หรือเพิ่ม 21.6 % รายได้ดอกเบี้ยให้กู้ยืมเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์ รายได้ดอกเบี้ยให้กู้ยืมเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์ลดลงจามสถาวะตลาด ลดลง 6.80% มาที่ 147.38 ล้านบาท ค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายโดยรวมไตรมาส1 2561 อยู่ที่ 652.48 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายโดยรวมไตรมาส1 2562 อยู่ที่ 547.44 ล้านบาท ลดลง 16.10% หรือลดลง 105.04 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลลง กำไรสุทธิ กำไรสุทธิไตรมาส1 2561 อยู่ที่ 148.84 ล้านบาท กำไรสุทธิไตรมาส1 2561 อยู่ที่ 32.19  ล้านบาท ลดลง 78.37% หรือ 116.65 ล้านบาท

โฮมโปร – HMPRO ไตรมาส 1 2562 โต 13.73%

โฮมโปร – HMPRO ธุรกิจค้าปลีก โดยจำหน่ายสินค้าและให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง ตกแต่ง ต่อเติม ซ่อมแซม ปรับปรุง อาคาร บ้าน และที่อยู่อาศัยแบบครบวงจร (One Stop Shpping Home Center) โดยใช้ชื่อ โฮมโปร (HomePro) เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ มีสาขาในรูปแบบโฮมโปรในประเทศทั้งสิ้น 90 สาขา กระจายทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมีเมกาโฮม 12 สาขา IOI citymall อีก 6 สาขา ในประเทศมาเลเซีย ในช่วงแรกของปี บริษัทไม่มีการขยายสาขาแต่มีการย้ายสาขาโฮมโปรแฟชั่นไอส์แลนด์ จากในบริเวณศูนย์การค้า ออกมาอยู่นอกศูนย์การค้า รายได้จากการขาย รายได้จากการขายมกราคม-มีนาคม 62 15,399.76 ล้านบาท รายได้จากการขายมกราคม-มีนาคม 61 14,874.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 525.01 ล้านบาท หรือ 3.53% กมาจากยอดขายจากสาขาเดิมของธุรกิจโฮมโปร และเมกาโฮม รวมถึงการเติบโตของยอดขายของสาขาที่เปิดในปี 2561 รายได้ค่าเช่าและบริการ รายได้ค่าเช่าและบริการมกราคม-มีนาคม 62 657.95 ล้านบาท รายได้ค่าเช่าและบริการมกราคม-มีนาคม 61 599.32  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.62 ล้านบาทหรือ 6.78% จากพื้นที่เช่าศูนย์การค้ามาร์เก็ต วิลเลจและรายได้ค่าบริการ Home Service รายได้อื่น รายได้อื่นมกราคม-มีนาคม 62 495.30 ล้านบาท รายได้อื่นมกราคม-มีนาคม 61 426.26  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.04 ล้านบาทหรือ 16.20% ต้นทุนขาย ต้นทุนขายมกราคม-มีนาคม 62 11,369.67 ล้านบาท ต้นทุนขายมกราคม-มีนาคม 61 11,369.67ล้านบาท ต้นทุนค่าเช่าและค่าบริการ ต้นทุนค่าเช่าและค่าบริการมกราคม-มีนาคม 62 355.02 ล้านบาท ต้นทุนค่าเช่าและค่าบริการมกราคม-มีนาคม 61 333.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  21.54 ล้านบาทหรือ6.46% เพิ่มขึ้นต้นทุนการให้บริการ Home service ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารมกราคม-มีนาคม 62 2,970.44 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารมกราคม-มีนาคม 61 2,9102.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.14 ล้านบาทหรือ 2% เพิ่มขึ้นค่าใช้จ่าย เงินเดือนค่าเช่า

ผลการดำเนินงานไตรมาส1ปี2562 บริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) – SCC

บริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) ธุรกิจการลงทุน (Holding company) ใน 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ธุรกิจเคมีคอลส์ และธุรกิจแพคเกจจิ้ง ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง รายได้จากการขายช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม 48,310 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5%จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมาจาก –           ตลาดปูนซีเมนต์ในประเทศช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม 48,310 ล้านบาท เติบโต2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน –           ราคาปูนซีเมนต์ขยับขึ้นมาเป็น1,750 – 1,800 บาทต่อตัน แต่ ปริมาณการขายกระเบื้องเซรามิก(ปูพื้นบุผนัง)ของSCG ในอาเซียนช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ลดลง 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และราคาขายกระเบื้องในภูมิภาคอาเซียนลดลง 4% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ธุรกิจเคมิคอลส์ รายได้ธุรกิจเคมิคอลส์ช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม 46,240 ล้านบาทลดลง13%จากช่วงปีก่อนโอยมีราคาเคมิคอลลส์เปลียนแปลงดังนี้ –           Naphtha ราคาลดลง 8% จากช่วงสิ้นปี มาอยู่ที่ 519 เหรียญต่อตัน –           HDPE ลดลง 9% จากช่วงสิ้นปีมาอยู่ที่ 1,093 เหรียญต่อตัน –           PP-Naptha ลดลง 6% มาอยู่ที่ 611เหรียญต่อตัน –           PVC-EDC/C ใกล้เคียงช่วงสิ้นปีก่อน ที่ 335เหรียญต่อตัน –           BD-Naptha เพิ่มขึ้น 6% จากช่วงสิ้นปี มาที่ 582 เหรียญต่อตัน ธุรกิจแพคเกจจิ้ง รายได้ธุรกิจแพคเกจจิ้งช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม 21,127 ล้านบาทลดลง 4% ขากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนมาจากสายธุรกิจเยื่อและกระดาษ 4,948 ล้านบาท ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ 16,179 ล้านบาท ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ –           ราคาเฉลี่ยของเศษกระดาษนำเข้าลดลงมาจากไรมาสก่อนมาที่165เหรียญต่อตัน –           ราคาเฉลี่นของกระดาษบรรจุภัณฑ์ในภูมิภาคลดลง  มาที่ 510เหรียญต่อตัน ธุรกิจเยื่อกระดาษ –           ราคาเยื่อกระดาษในภูมิภาค ลดลงมาอยู่ที่ 820 เหรียญต่อตัน –           ราคาเฉลี่ยเยื่อใยสั้นและเยื่อใยยาวลดลงมาอยู่ที่ 820 เหรียญต่อตัน จะเห็นได้ว่าถึงแม้รายได้ธุรกิจซีเมนต์จะสูงที่สุด แต่สำหรับกำไรแล้วไม่ใช่ส่วนที่สร้างกำไรให้มากที่สุดสำหรับ ปูนซีเมนต์ไทย หากเราสังเกตุดูดีๆตอนนี้ราคาสิ้นค้าต่างๆของปูนซีเมนตืมีราคาลดลง ส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาข้อพิพาทการค้าจีน-อเมริกา ทำให้สินค้าที่สำคัญของการเจริญเติบโตของแต่ล่ะประเทศกลับใช้น้อยลง ทำให้ราคาลงในที่สุด ที่มา: https://scc.listedcompany.com/ https://www.set.or.th/set/mainpage.do?language=th&country=TH https://www.set.or.th/set/factsheet.do?symbol=SCC&ssoPageId=3&language=th&country=TH

ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2562 TITLE – บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้

รายได้จาการขายและการให้บริการ ไตรมาส 1 ปี 2562 บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)มี รายได้จาการขายและการให้บริการเท่ากับ 518.87 เพิ่มขึ้น 535.95% เมื่อเทียบกับปีก่อน เพราะบริษัทมีการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดโครงการ The Title หาดในยาง เฟส 1&2 และยังโอนโครงการ The title หาดราไวย์เฟส 3ต่อ รายได้อื่น ไตรมาส 1 ปี 2562 เท่ากับ 7.39 ล้านบาท จากการยึดเงินจองและเงินดาวนูกค่าที่ผิดสัญญา รายได้จากการบริหารห้อง รายได้นิติบุคคล ต้นทุนขาย ไตรมาส 1 ปี 2562  บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) มีต้นทุนขาย 343.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 635.06% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2561 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร  บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ค่าใช้จ่ายในการขาย 10.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 142.47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ค่าใช้จ่ายในการบริหาร  25.24 เพิ่มขึ้น 39.76% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิ กำไรสุทธิ บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) กำไรสุทธิ 114.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 777.81 % เมื่อเทียบกับปีก่อน ที่มา: https://www.settrade.com/C04_06_stock_financial_p1.jsp?txtSymbol=TITLE&ssoPageId=13&selectPage=6

ผลการดำเนินงาน ไตรมาสแรก ปี 2562 DELTA – บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านการจัดการระบบกำลังไฟฟ้า (Power management solutions) รวมถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์บางประเภท ได้แก่ พัดลมอิเล็กทรอนิกส์ (DC Fan) อีเอ็มไอ ฟิลเตอร์ (EMI) และโซลินอยด์ มีฐานการผลิตอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ได้แก่ เอเชีย ยุโรป และอเมริกาใต้ รายได้จากการขาย (รายได้ที่ได้จาการขายสินค้า) รายได้จากการขายมกราคม – มีนาคม 2562 อยู่ที่ 12,949 ล้านบาท รายได้จากการขายมกราคม – มีนาคม 2561 อยู่ที่ 12,511 ล้านบาท รายได้จากการขายตุลาคม – ธันวาคม 2561 อยู่ที่ 13,660 ล้านบาท กำไรขั้นต้น (รายได้จากการขายสินค้าหักด้วยต้นทุนโดยตรงเช่น ค่าแรงคนงาน ค่าวัตถุดิบ) กำไรขั้นต้นมกราคม – มีนาคม 2562 อยู่ที่ 2,978 ล้านบาท กำไรขั้นต้นมกราคม – มีนาคม 2561 อยู่ที่ 2,731 ล้านบาท กำไรขั้นต้นตุลาคม – ธันวาคม 2561 อยู่ที่3,145 ล้านบาท กำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (กำไรขั้นต้นหักด้วยค่าบริหารการจัดการเช่น ค่าจ้างผู้บริหาร ค่าการทำโฆษณา) กำไรสุทธิจากการดำเนินงานมกราคม – มีนาคม 2562 อยู่ที่ 979 ล้านบาท กำไรสุทธิจากการดำเนินงานมกราคม – มีนาคม 2561 อยู่ที่ 1,020 ล้านบาท กำไรสุทธิจากการดำเนินงานตุลาคม – ธันวาคม 2561 อยู่ที่ 1,054 ล้านบาท กำไรสุทธิ (กำไรจากการดำเนินงานหักด้วยดอกเบี้ย ค่าเสื่อม ภาษี) กำไรสุทธิมกราคม – มีนาคม 2562 อยู่ที่ 1,083 ล้านบาท กำไรสุทธิมกราคม – มีนาคม 2561 อยู่ที่ 1,054 ล้านบาท กำไรสุทธิตุลาคม – ธันวาคม 2561 อยู่ที่1,004 ล้านบาท ที่มา https://www.settrade.com/C04_01_stock_quote_p1.jsp?txtSymbol=DELTA&ssoPageId=9&selectPage= https://www.set.or.th/set/factsheet.do?symbol=DELTA&ssoPageId=3&language=th&country=TH https://www.deltathailand.com/en/press-release

ผลการดำเนินงานและภาพรวม ไตรมาส 1 ปี 2562ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม – PTTEP

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียมหรือที่เรียกว่า ปตท.สผ. ประกอบธุรกิจด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ธุรกิจขนส่งก๊าซทางท่อในต่างประเทศ และการลงทุนในธุรกิจต่อเนื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อกำไรบริษัทในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม 2562 ค่าเงินบาทในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม 2562 บริษัท ปตท.สผ. นั้นคิดกำไร-ขาดทุนเป็นเงินดอลลาร์ แต่เวลาส่งงบจะเป็นเงินบาท การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินไม่ได้ส่งผลกระทบต่อกำไรขาดทุนจริงของ ปตท.สผ. แต่จะพูดว่าจะไม่กระทบเลยก็ไม่ใช่ เพราะเงินภาษีที่คิดก็คิดจากเงินบาท คิดจากกำไรบริษัท บริษัทต้องแปลงกำไรในรูปดอลลาร์เป็นเงินบาทก่อนค่อยคิดภาษี ทำให้ยิ่งเงินบาทยิ่งอ่อนค่ามูลค่ากำไรในรูปเงินบาทยิ่งสูง ภาษียิ่งต้องเสียเยอะ ณ ตอนสิ้นเดือนมีนาคม 2562 ค่าเงินอยู่ที่ 31.81 บาทต่อดอลลาร์สิ้นปี 2561 อยู่ที่ 32.45 ส่งผลดีต่อเรื่องภาษี ราคาน้ำมันดิบในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม 2562 ราคาน้ำมันดิบดูไบ มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น เฉลี่ยทั้งไตรมาสมาอยู่ที่ 63.4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สาเหตุเพราะ – องค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันออก (OPEC) และรัสเซียร่วมกันลดกำลังผลิต 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน – สหรัฐคว่ำบาตรเวเนซุเอลา – การคว่ำบาตรอิหร่าน ก๊าซธรรมชาติเหลว (Liquefied Natural Gas,LNG) ในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม 2562 ราคาเฉลี่ยปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 6.69 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู เพราะมีโครงการเกิดใหม่ค่อนข้างมากจาก ออสเตรเลีย รัสเซีย อเมริกา กำลังผลิตอยู่ที่ 324 ล้านตันต่อปี ขณะความต้องการอยู่ที่ 297 ล้านตันต่อปี ความต้องการใช้พลังงานในประเทศในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม 2562 อยู่ที่ 2.08 ล้านบาร์เรลต่อวัน ลดลง 4% ถ้าเทียบกับเดือนมกราคมถึงมีนาคม ปี 2561 แนวโน้มภาพรวมธุรกิจในอนาคต ค่าเงินบาทในอนาคต ค่าเงินบาทในอนาคตทีแนวโน้มอ่อนตัวเนื่องจาก – เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัว และนักลงทุนมีแนวโน้มที่จะถือสินทรัพย์ปลอดภัย (ทองคำ,ดอลลาร์,เยน) มากขึ้น –  เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัว ธนาคารแห่งประเทศไทยคาดการณ์เศรษฐกิจไทยจะโต 4.0% น้อยกว่าปีที่แล้ว จากปัญหากีดกันการค้าของสหรัฐ การชะลอตัวเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรป และการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวช้า ราคาน้ำมันดิบในอนาคต ราคาน้ำมันดิบในอนาคตมีแนวโน้มผันผวนอยู่ที่ 60-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเนื่องจาก –

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ – BH กำไรช่วงแรกของปี โต 0.8%

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ตั้งอยู่ย่านธุรกิจของกรุงเทพมหานคร งบช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ปี 2562 ประกาศออกมาแล้ว อย่าคลิกถ้าไม่อยากมีอิสรภาพการเงินด้วยหุ้นปันผล รายได้ของโรงพยาบาลเติบโต รายได้ของกิจกราร เดือนมกราคมถึงเดือนมีมีนาคมออกมาที่ 4,650 ล้านบาท ถ้าเทียบกับช่วงมกราคมถึงมีนาคมปีก่อนจะออกมาเติบโต 0.6% รายได้ของโรงพยาบาลเติบโตมาจากอะไร? หลักๆรายได้ของโรงพยาบาลเติบโตจากการผู้ป่วยต่างชาติที่มาใช้บริการมากขึ้น ถึงแม้ผู้ป่วไทยจะลดลงแต่ผู้ช่วยต่างชาติชดเชยส่วนนี้ได้หมด เพราะถ้าเทียบอัตราส่วนแล้วผู้ป่วย100คนของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จะมีผู้ป่วยต่างชาติ 67 คน ผู้ป่วยชาวไทย 33 คน ต้นทุนหลักกิจการโรงพยาบาลลดลง ต้นทุนหลักในการดำเนินกิจการโรงพยาบาลเดือนมกราคมถึงมีนาคมปี2562 อยู่ที่ 2,495 ล้าบาท ลดลง 2.2% เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับโรงพยาบาบที่มีต้นทุนลดลง ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายคือ ค่าใช้จ่ายในการทำให้เกิดยอดชาย เช่น ค่านายหน้า ค่าทำPromotion ค่าทำการตลาด ค่าใช้จ่ายตรงนี้เพิ่มขึ้น จากงบเดือนมกราคม ถึงเดือนมีนาคม 2561 อยู่ที่ 78 ล้านบาทเพิ่มมาเป็น 115ล้านบาท ของงบเดือน มกราคมถึงเดือนมีนาคมปีนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหาร ค่าใช้จ่ายในการบริหาร คือ ค่าใช้จ่ายในการจัดการกิจการที่ไม่เกี่ยวกับต้นทุนโดยตรงเช่น ค่าทำเอกสาร เงินเดือนผู้บริหาร ค่าใช้จ่ายบริหารเดือน มกราคม ถึงเดือน มีนาคม 2562 มีจำนวน 765 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จากเดือน มกราคมถึงเดือนมีนาคม ปี2561 11.1% ส่วนใหญ่เป็น ค่าเสื่อมและตัดจำหน่าย(ปกติทรัพย์สินต่างๆจะเสื่อมตามกาลเวลา เช่นตึกโทรมลงมูลค่าที่เรามีตอนแรกก็เปลี่ยนไป ดังนั้นเราต้องคิดมูลค่าลดลงตามกาลเวลาของทรัพย์สิน มาเป็นค่าใช้จ่าย) ค่าเสื่อมและตัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 20 ล้านบาท ส่วนใหญ่มากจาก อาคาร บี.ไอทาวเวอร์และซอฟ์แวร์ที่พึ่งซื้อมา ค่าที่ปรึกษา เพิ่มขึ้น 15 ล้านบาท บำรุงรักษาซอฟแวร์ เพิ่มขึ้น 10 ล้านบาท ค่าใช้จ่าพนักงานเพิ่มขึ้น 9 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุง 7 ล้านบาท สรุปกำไร กำไรโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์เดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม 2561 อยู่ที่ 4,733 ล้านบาท เพิ่ม ขึ้น 0.8% เทียบกับเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม 2562

error: Content is protected !!