P/E สูงในมุมมองของ Mark Minervini แชมป์ trader หุ้นอเมริกา

ช่วยแชร์ต่อนะครับ

Mark Minervini เป็นแชมป์ในการแข่ง trader ด้วยเงินจริง รายการ  U.S. ในปี 1997 สร้างผลตอบแทนได้ถึง 155% ที่น่าสนใจคือการที่ Mark Minervini ใช้เฉพาะหุ้นในการเข้าไปแข่ง แต่คู่แข่งคนอื่นๆใช้ตราสารประเภทอื่นๆ เช่น Future Option ด้วย

มันมีเหตุผลที่รถเฟอร์รารี่แพงกว่ารถฮุน

There’s a Reason a Ferrari Cost More Than a Hyundai

เป็นคำกล่าวของ Mark Minervini แปลว่า มันมีเหตุผลที่รถเฟอร์รารี่แพงกว่ารถฮุน เปรียบกับหุ้นP/E สูง และหุ้น P/E ต่ำ เขามองว่า หุ้นที่ P/E ต่ำๆนั้นไม่มีอะไรดีหรือน่าสนใจเพียงพอที่ดึงดูดนักลงทุนให้ทำการลงทุนในหุ้นตัวนั้น

สิ่งที่ Mark Minervini สนใจก็คือการที่หุ้น P/E สูงๆนั้นมีโอกาสที่ราคาจะเพิ่มขึ้นได้มากกว่าหุ้นที่ P/E ต่ำๆ เขาได้ยกตัวอย่างตอนที่หุ้น Yahoo ตอนที่น่าสนใจลงทุนคือตอนที่หุ้น P/E 938 เท่า นักวิคราะห์หรือนักลงทุนต่างไม่สนใจที่จะลงทุน แต่พอหลังจากนั้นราคาก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 1,700 เท่า

หุ้น P/E ต่ำ

จริงๆแล้ว Mark Minervini ก็มีโอกาสที่จะลงทุนหุ้น P/E ต่ำด้วย เพราะหุ้นจริงๆแล้วที่สามารถที่ขึ้นมากกว่าหุ้นตัวอื่นก็มีทั้งหุ้น P/E ต่ำและ P/E สูง

ถ้าไม่ดู P/E แล้วต้องสนใจอะไร

P/E ต่ำหรือสูงนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับ Mark Minervini เลย เพราะสิ่งที่เขาสนใจจริงๆคือการเติบโตของ ยอดขาย และกำไร ของหุ้นมากกว่าแต่ หุ้นส่วนใหญ่ที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงๆจะ P/E สูงด้วยทำให้เขามีแนวโน้มลงทุนหุ้น P/E สูงมากกว่า

ทีนี้มาดูตัวอย่างหุ้นไทยบ้างว่าซื้อตอน P/E สูงกับ P/E ต่ำ ผลลัพธ์เป็นยังไงบ้าง

มาดูตัวอย่างของ Beauty กันนะครับ จะเห็นได้ว่าช่วงที่หน้าซื้อคือช่วงที่ Beauty P/E สูงๆ ช่วงที่ P/E ต่ำๆ กลับไม่น่าซื้อหุ้น beauty เท่าไหร่

beauty

อีกตัวอย่างถ้าคุณไม่กล้าซื้อ CPN ที่ P/E 70 เท่าคุณจะพลาดแค่ไหน

cpn

แต่ขอเตือนสำหรับ Mark Minervini นั้นเขาเป็นนักเก็งกำไร ถ้าผิดทางเขาพร้อม Cut loss ตลอดเวลา ทำให้เขากล้าที่ลงทุนหุ้นที่ P/E สูงๆ

จริงๆแล้วบทความนี้ผมเขียนเพื่อทั้งนักเก็งกำไรและนักลงทุนระยะยาว เพราะถึงแม้ Mark Minervini จะเป็นนักเก็งกำไรแต่สำหรับนักลงทุนก็สามารถใช้มุมมองนี้ในการมองหุ้นที่จะลงทุนให้แตกต่างจากการยึดติดมุมเดิมๆได้ครับ