เจาะลึก PEG RATIO เครื่องมือวัดมูลค่าหุ้นเติบโต

ช่วยแชร์ต่อนะครับ

อัตราส่วน PEG เป็นการวัดมูลค่าหุ้น โดยการเปรียบเทียบอัตราส่วนสามตัวคือ ราคาหุ้น กำไรต่อหุ้น และอัตราการเติบโตของกำไรหุ้น

PEG RATIO เป็นการพัฒนาต่อยอดการวัดมูลค่าหุ้นจาก P/E เริ่มแรกถูกพูดถึงโดย Mario Farina คนเขียนหนังสือ A Beginner’s Guide To Successful Investing In The Stock Market แต่คนที่ทำให้ PEG เป็นที่โด่งดังคือ Peter Lynch ในหนังสือ One Up on Wall Street และได้แปลเป็นไทยแล้วชื่อ เหนือกว่าวอลสตรีท ผู้อ่านสามารถหาอ่านได้

เบื้องต้นแนวคิด PEG เกิดจากการที่นักลงทุนมีมุมมองว่าหุ้นเติบโตมีมูลค่าหุ้นที่แพงเนื่องจากมี ราคาสูงเมื่อเทียบกับกำไรต่อหุ้น (P/E) โดยไม่คำนึงถึงโอกาสในการเติบโตของธุรกิจเลย ทำให้นักลงทุนพลาดโอกาสในการลงทุนหุ้นเติบโตไป

ดูว่าหุ้นราคาถูกหรือแพงด้วย PE

อย่าคลิกถ้าไม่อยากมีอิสรภาพการเงินด้วยหุ้นปันผล

สูตรการคำนวณ PEG

PEG

การหาอัตราการเจริญเติบโต

การหาการเจริญเติบโตสามารถหาได้ 2 วิธีหลักๆ คือ

– การหาอัตราการเจริญเติบโตจากค่าเฉลี่ยการเจริญเติบโตในอดีต

การหารายได้จากค่าเฉลี่ยจากอดีตโดยส่วนใหญ่จะใช้เวลา 5 ปี ถึง 10 ปี เพราะต้องให้โอกาสบริษัทในการพิสูจน์ตัวเองในสภาวะเศรษฐกิจทั้งขาขึ้นและลง

เช่น

ปีที่ 1 กำไร 100 ล้านบาท

ปีที่ 2 กำไร 110 ล้านบาท เติบโต 10.0%

ปีที่ 3 กำไร 130 ล้านบาท เติบโต 18.2%

ปีที่ 4 กำไร 145 ล้านบาท เติบโต 11.5%

ปีที่ 5 กำไร 160 ล้านบาท เติบโต 10.3%

 (10.0+18.2+11.5+10.3) หาร 4 เท่ากับ 12.5%

ดังนั้นอัตราการเจริญเติบโตเท่ากับ 12.5%

– การหาอัตราการเจริญเติบโตจากการคาดการณ์การขยายกิจการในอนาคต

การหาอัตราการเจริญเติบโตในอนาคตต้องดูไปที่นโยบายการบริหารของบริษัทว่าจะขยายงานไปในทิศทางใด เพื่อหาว่าในอนาคตจะเติบโตไปอีกกี่ปี

PEG เท่าไหร่ดี?

PEG > 1 Overvalue (ราคาหุ้นสูงกว่ามูลค่า)

PEG = 0 Fair price (ราคาหุ้นเท่ากับมูลค่า)

PEG < 0 Undervalue (ราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่า)

ดังนั้นควรเลือกซื้อหุ้นที่ PEG ต่ำกว่า 0

ยกตัวอย่าง

หุ้น A  ราคา 60 บาท กำไร 3 บาทต่อหุ้น อัตราการเติบโต 30% ต่อปี

PEG

ดังนั้นหุ้น A ถือว่าถูก

ข้อเสีย PEG

PEG ไม่สามารถวัดมูลค่าหุ้นที่ไม่เติบโตหรือเติบโตน้อยได้ เช่น

หุ้น A ราคา 9 บาท  กำไรต่อหุ้น 1 บาท อัตราเติบโต 1% ต่อปี

PEG

จะเห็นได้ว่าถ้าใช้เกณฑ์ PEG หุ้น A จะมีราคาแพงมากเพราะ หุ้น A การเติบโตต่ำ

ดังนั้นเราควรเลือกใช้เครื่องมือให้ถูกกับหุ้น