ลงทุนหุ้นควรได้ผลตอบแทนกี่เปอร์เซ็นจากทฤษฎี Capital Asset Pricing Model – CAPM

ช่วยแชร์ต่อนะครับ

การลงทุนมักจะมาพร้อมกับคำสองคำคือ ผลตอบแทน และความเสี่ยง เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงคำสองคำนี้ได้ นักลงทุนระดับโลกทุกคนจะเข้าใจสิ่งนี้เพราะไม่มีการลงทุนอะไรในโลกที่สามารถสร้างผลตอบแทนโดยไร้ความเสี่ยงเลย นักลงทุนระดับโลกจะเลือกการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่ากับความเสี่ยง

อย่าคลิกถ้าไม่อยากมีอิสรภาพการเงินด้วยหุ้นปันผล

ทฤษฎี Capital Asset Pricing Model – CAPM

ทฤษฎี Capital Asset Pricing Model เป็นการหาผลตอบแทนจากการลงทุน โดยการเปรียบเทียบผลตอบแทนที่ไร้ความเสี่ยง ความผันผวนราคาและผลตอบแทนตลาดโดยรวมโดยมีสูตรดังนี้

ER=Rf+β(ERm-Rf)

ERi​= ผลตอบแทนที่คาดหวังจากการลงทุน (expected return of investment)

Rf​= ผลตอบแทนที่ได้จากความเสี่ยงเท่ากับศูนย์ (risk-free rate)

βi​= ค่า Beta ของหุ้นที่กำลังลงทุน  (beta of investment)

ERm = ผลตอบแทนตลาด (expected return of the market)

อย่าคลิกถ้าไม่อยากมีอิสรภาพการเงินด้วยหุ้นปันผล

ผลตอบแทนที่ได้จากความเสี่ยงเท่ากับศูนย์ (risk-free rate)

ผลตอบแทนที่ได้จากความเสี่ยงเท่ากับศูนย์ (risk-free rate) ปกติจะใช้พันธบัตรระยะสั้น เพราะพันธบัตรออกโดยรัฐบาล ในมุมมองของการลงทุนเมื่อเปรียบเทียบองค์กรที่มีความสามารถในการชำระเงินสูงสุดในประเทศ ก็คือรัฐบาลนั่นเอง และการเลือกระยะสั้นเพราะยิ่งการลงทุนระยะสั้นก็หมายความว่าโอกาสได้รับเงินต้นไวขึ้น ความเสี่ยงก็จะน้อยลง

ค่า Beta (beta of investment)

ค่า Beta จากการลงทุนคือการเปรียบเทียบกับตลาดว่าหุ้นที่กำลังลงทุนว่ามีการเคลื่อนไหวยังไง เช่น ตลาดหุ้นมีราคาขยับขึ้น 10% หุ้น A ราคาขึ้น 10% แสดงว่าตลาดและหุ้นไปในทิศทางเดียวกัน ค่า beta จะเท่ากับ 1 เป็นที่มาของสูตร

การคำนวณค่า beta

ER=Rf+β(ERm-Rf)

ER= ผลตอบแทนที่คาดหวังจากการลงทุน (expected return of investment)

Rf= ผลตอบแทนที่ได้จากความเสี่ยงเท่ากับศูนย์ (risk-free rate)

β= ค่า Beta ของหุ้นที่กำลังลงทุน  (beta of investment)

ERm = ผลตอบแทนตลาด (expected return of the market

เปอร์เซ็นการเคลื่อนไหวของหุ้น  เปอร์เซ็นการเคลื่อนไหวของตลาด

เช่น หากตลาดหุ้นลง 10% หุ้นราคาลง 8 %

ค่า beta จะเท่ากับ (-8%) ÷ (-10%) = 0.8 เท่า

แปลว่าทุกครั้งที่ตลาดราคาราคาเพิ่มหรือลด 1% ราคาหุ้นจะเพิ่มหรือลดตามตลาด 0.8%

อีกตัวอย่าง

หากตลาดหุ้นเพิ่ม 10% หุ้นราคาลง 10%

ค่า beta จะเท่ากับ 10% ÷ (-10%) = -1 เท่า

แปลว่า ถ้าตลาดหุ้นขึ้น 1% หุ้นจะลง 1% ในทางกลับกันถ้าตลาดลง 1% หุ้นจะขึ้น 1% เป็นในลักษณะตรงกันข้ามกัน

ผลตอบแทนตลาด (expected return of the market)

ก็คือผลตอบแทนของตลาดในการเฉลี่ยระยะยาวของตลาดหุ้น ยิ่งมีระยะเวลามากยิ่งได้ค่าที่เสถียรมากที่สุด เช่น ผลตอบแทนของตลาดหุ้นไทย 30 ปี จะได้เฉลี่ยประมาณ12% แต่ถ้าเฉลี่ย 5 ปีจะได้ –3% เราควรใช้ค่าเฉลี่ย 30 ปี

ลองคำนวณตัวอย่างหาผลตอบแทนขั้นต่ำจากการลงทุน

ตัวอย่าง

ผลตอบแทนตลาดหุ้นไทยเฉลี่ย 12%

ผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้น 1.7%

ค่า beta หุ้น A 1.2 เท่า

คำนวณ

1.7% + 1.2(12% – 1.7%) = 14.06%

ดังนั้นเราต้องได้รับผลตอบแทนอย่างน้อย 14.06% สำหรับหุ้น A เราถึงตัดสินใจลงทุน